ตัน โออิชิ              "ตัน ภาสกรนที"                                  

 : ตัน ภาสกรนที (ตัน โออิชิ)

 : วันเกิด ไม่ระบุ เดือน ไม่ระบุ ปี พ.ศ. 2502

 : รายได้ ไม่ระบุ (แล้วคุณคิดว่า > หรือ < x,xxx,xxx ? )

 : ชื่อเสียง นักธุรกิจผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด
    (มหาชน)

โออิชิ ขาเขียวโออิชิ

ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เครื่องดืมชาเขียวยี่ห้อ "โออิชิ" 
โออิชิ กรุ๊ป ถูกก่อตั้งด้วยชายที่ชื่อว่า " ตัน ภาสกรนที " จากนี้ไปขอเรียกว่า "คุณตัน" แม้ชายผู้นี้จะชื่อตัน แต่ชีวิตหาได้ตันตามชื่อไม่ หลายคนสร้างธรุกิจจากความร่ำรวยที่มีในอดีต แต่หาใช่สิ่งที่เกิดกับชายคนนี้ไม่

บทที่ศูนย์ "ครอบครัว"
"ตัน ภาสกรนที" เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2502 ในครอบครัวที่มีฐานะอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างจน คุณพ่อเป็นเสมียนทำงานด้านบัญชีอยู่ในบริษัท แถวสวนมะลิ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน หลังจากเรียนจบ ม.ศ. 3 จากโรงเรียนเผจงที่ปีนังจากนั้น คุณพ่อพาไปฝากทำงานที่บริษัท ราชธานี เมโทร ซึ่งขายฟิล์มสีซากุระและสินค้าอื่น ๆ

บทแรก "จุดเริ่มต้น"
อายุเพียง 17 ปีเศษ ชายผู้นี้ก็ตัดสินใจที่จะบอกลาชีวิตในรั้วโรงเรียน ออกสู่ชีวิตจริง เริ่มต้นด้วยลูกจ้างที่มีค่าแรงเพียงเดือนละ 700 บาท หน้าที่หลักคือการแบกของให้กับบริษัท ราชธานี เมโทรในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ความมุมานะความขยันหมั่นเพียร จนการเข้าสู่การเป็นพนักงานขายของ ภายใน 4 ปี จากเด็กยกของสู่ ซูเปอร์ไวเซอร์จากเงินเดือนเพียงเดือนละ 700 บาท สู่รายได้ได้ว่าเดือนละ 30,000-40,000 บาท มันคงเป็นรายได้ที่เพียงพอสำหรับใครหลายคน สำหรับหนุ่มวัย 21 ปี

บทสอง "ธุรกิจแรก"
แต่หาใช่กับชายที่เรียกว่า" ตัน "ไม่ หน้าที่การงานและรายได้ที่ได้รับ หาใช่ความท้าทายสำหรับเขาอีกแล้ว หลังจากเขานั่งรถกลับมาเยี่ยมบ้านเกิด สิ่งที่เขาพบคือ ทำเลทอง หน้าโรงแรมแห่งหนึงในเมืองชลบุรี เขาตัดสินใจลาออกจาก บริษัทราชธานี เมโทร ทันที และเริ่มธุระกิจแรกของเขาทันทีนั่นคือ "ธุรกิจร้านหนังสือ"

ใช่ว่าพอเขาเริ่มธุรกิจปุ๊บแล้วเจริญเติบโตทันที ขั้นแรกเขาหาเงินลงทุนก่อนโดยหยิบยืมจากญาติพี่น้อง จากนั้นจึงนั่งรถเข้ากรุงเทพเพื่อทำการเลือกซื้อหนังสือ โดยเค้าใช้วิธีในการสอบถามเอาจากคนขายต่างๆว่าหนังสือใดได้รับความนิยม จากนั้นเค้าก็เลือกซื้อหนังสือมาได้ชุดหนึ่ง และทำการหอบหิวมันกลับชลบุรีเพื่อเริ่มต้นธุระกิจร้านหนังสือที่เค้าไฝ่ฝัน

บทสาม "ฟ้าพิสูจน์คน"
คุณตันบอกว่า "ฟ้าจะพิสูจน์คน" ไม่เว้นแม้แต่คุณตันเอง ขณะที่เขานั่งรถประจำทางกลับชลบุรี ด้วยความเหนื่อยล้าจากการเลือกหนังสือ จึงทำไห้เค้าหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย ขณะที่เขาหลับนั้นฟ้าได้พิสูจน์คุณตันด้วยการส่งพระพิรุณลงมา ผลที่ได้รับจากการพิสูจน์ของฟ้าคือ หนังสือชุดแรกที่เริ่มลงทุนเปียกหมด พังเสียหายจากการพิสูจน์ของฟ้า เงินลงทุนที่เพียงเริ่มลงทุน สูญหายเพียงชั่วข้ามคืน

เป็นคุณคุณจะท้อไหม? คุณตันเองก็ท้อ แต่เขาไม่ถอย คุณตันรีบหาเงินอีกก้อนหนึ่งเพื่อนั่งรถกลับกรุงเทพฯ เลือกซื้อหนังซื้ออีกชุดหนึ่ง แพ็คอย่างดี ขึ้นรถกลับชลบุรีเพื่อเปิดร้านหนังสืออีกครั้งหนึ่ง แตกต่างก็เพียง คราวนี้เขาไม่หลับ เฝ้ารอการตกลงมาของเม็ดฝน ครั้งนี้เขาถึงที่หมายโดยปลอยภัย และได้เริ่มธุระกิจร้านหนังสือซักที

บทสี่ "